

ก้าวเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 3 สำหรับหูฟังบลูทูธสเตอริโอ BackBeat GO 3 ได้มีการเปิดตัวไปพร้อมกับ Voyager 5200 ที่ประเทศสิงคโปร์ กับดีไซน์ใหม่หมดจดทั้งตัวหูฟังและอุปกรณ์เสริม แต่ยังคงความเป็นหูฟังไร้สายสเตอริโอที่รวมไว้ซึ่งความสามารถต่างๆ ทั้งการฟังเพลงที่ดีเยี่ยมและระบบการสนทนาที่ทำได้ดีกว่ารุ่นเดิมอย่าง BackBeat GO 2 รวมไปถึงเรื่องของการสวมใส่ที่ทำให้ผู้ใช้งานใส่สบายและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม


ขอเริ่มที่การแนะนำอุปกรณ์ภายในกล่องที่ Plantronics ใส่เข้ามาให้กันก่อนนะครับ ว่ามีอะไรกันบ้าง

1. หูฟังบลูทูธ รุ่น BackBeat GO 3 ที่ใส่ Eartip ไซส์ M มาให้เลย

2. Micro USB Charge Cable หรือสายเคเบิ้ลสำหรับชาร์จหูฟัง BackBeat GO 3 ใช้สำหรับชาร์จหูฟังอย่างเดียวนะครับ ไม่ได้ใช้ร่วมกับการอัพเดทเฟิร์มแวร์เหมือนกับ BackBeat FIT เพราะ BackBeat GO 3 สามารถอัพเดทเฟิร์มแวร์ผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ BackBeat GO 3 Companion ได้เลยครับ

3. Eartips หรือ หูเจลแบบ in Ear มีทั้งหมด 3 ไซส์ S, M และก็ L เพิ่มความสปอร์ตด้วยแกนยึดหูเจลสีแดงด้านใน แต่จะมีแค่เฉพาะไซส์ M เท่านั้นนะ ไซส์ S และ L จะมีแกนสีเดียวกับหูเจลครับ
Spec & Feature
Performance
หูฟังบลูทูธสเตอริโอ BackBeat GO Series และ FIT Series ต่างก็ทำออกมาเพื่อนักฟังเพลงที่ต้องการความเป็นอิสระจากสายเชื่อมต่อ ต่างๆ ซึ่ง Plantronics ได้แยกหมวดการใช้งานของ Bluetooth Headset ทั้งสองรุ่นนี้อย่างชัดเจน เช่น BackBeat GO สำหรับพกพาเพื่อการฟังเพลงในสถานที่ต่างๆ ทั้ง Indoor และ Outdoor และยังรับสายสนทนาจากมือถือได้อีกด้วย ส่วน BackBeat FIT จะเน้นไปทางด้านผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายและต้องการฟังเพลง เพื่อเพิ่มอรรถรสในการออกกำลังกายเป็นหลัก แต่ก็ยังสามารถรับสายสนทนาในขณะออกกำลังกายได้เช่นเดียวกัน
BackBeat GO 3 ถูกพัฒนาใหม่เพื่อนักฟังเพลงไร้สาย เริ่มกันที่วัสดุที่นำมาใช้ทำสายหูฟัง เป็น Rubber อย่างดี แข็งแรงทนทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Plantronics ได้ใช้เทคโนโลยีจาก P2i เพื่อเพิ่มความทนทานในเรื่องของอันตรายที่จะเกิดกับหูฟังเมื่อโดนความชื้น เนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยน จากเหงื่อของผู้ใช้งานในบางครั้ง หรือจากปรอยฝนในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ดีไซน์ของหูฟังแบบ 3D-Mapped ด้วยการออกแบบให้ลักษณะของ Housing และ Earbuds เปลี่ยนไปจากรุ่นเดิม เพื่อการสวมใส่ที่สบายขึ้นและกระชับยึดเกาะกับช่องหูของผู้ใส่มากยิ่งขึ้น ไดร์เวอร์ลำโพงขนาด 6 mm. แบบไดนามิก ให้ทั้งเสียงกลางและแหลมอยู่ในตัวเดียว Plantronics ได้ปรับจูนเสียงมาใหม่เพื่อเสียงเพลงที่คมชัดสดใส ให้รายละเอียดของเสียงร้องและเครื่องดนตรีได้ดี มีค่าความเพี้ยนของของเสียงที่น้อยกว่า 3% ในส่วนขององศาของท่อนำเสียงที่เอียงรับเข้ากับช่องหูทั้งซ้ายและขวา ด้วยความที่เป็นหูฟังไร้สายแบบ In Ear จึงสามารถลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ถึง 20 DB. ทดสอบโดยการเลือกใส่ขนาดของหูเจลให้พอดีกับช่องหูของเรา พบว่าใส่สบายและกระชับช่องหูมากกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด ทำให้สามารถบล็อคเสียงรบกวนที่อยู่รอบตัวเราได้เป็นอย่างดี เสียงเพลงที่ได้ยินดีขึ้นมากมาย เสียงร้องสดใสลงตัว เสียงเบสที่กระชับเป็นลูกแต่ไม่ใหญ่และบวม เอาเป็นว่าให้เบสได้ระดับที่พอใจ แต่สำหรับผู้ที่บริโภคเบสเป็นชีวิตจิตใจ อาจต้องใช้แอพฟังเพลงที่ปรับมวลเบสเพิ่มช่วยก็ไม่เสียหายครับเสียงที่ได้ จากการฟังเพลงผ่านแอพเล่นเพลงต่างๆบนมือถือ สำหรับผมถือว่าผ่านแบบไม่มีข้อกังขา

BackBeat GO ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับไมค์ขนาดเล็กพิเศษ ที่ฝังอยู่ในแผงควบคุม Inline Controls ที่อยู่บนสาย และกับ BackBeat GO 3 ก็เช่นกัน ด้วยไมค์ที่สามารถตัดเสียงรบกวนแบบ DSP ทั้งสองฝั่ง นั่นหมายถึงการตัดเสียงรบกวนทั้งฝั่งผู้ใช้และคู่สนทนาปลายสาย ( Full Duplex ) คล้ายๆกับเทคโนโลยี AudioIQ ที่มีอยู่ในหูฟังบลูทูธรุ่นท็อปของ Plantronics เมื่อลองทดสอบการใช้งานจริงในแต่ละสถานที่ๆผมไป ไมค์ขนาดเล็กตัวนี้ก็ตัดเสียงรบกวนได้ดีในระดับที่เสียงรบกวนจากรอบข้างเรา ไม่ดังจนเกินไป อย่างเช่นการเดินคุยตามห้างสรรพสินค้า หรืองานแฟร์ที่คนไม่ได้เยอะถึงขั้นต้องตะโกนคุยกัน ถือว่าสอบผ่านในระดับนึงในเรื่องของการเป็น Bluetooth Stereo Headset ที่สามารถใช้เพื่อการสนทนาได้ด้วย
ปุ่มควบคุมการทำงาน ( Inline Controls ) ของ BackBeat GO 3 จะมีทั้งหมดด้วยกัน 3 ปุ่ม แต่ละปุ่มจะมีหน้าที่การใช้งานมากกว่า 1 อย่าง ดังนี้

จากตารางด้านบน จะเห็นได้ว่า แต่ละปุ่มจะมีหน้าที่หลายๆอย่าง ( Multifunction ) ตามแต่ละสถานการณ์ที่เรากำลังใช้งานอยู่ เห็นการทำงานของปุ่มเยอะขนาดนี้ แต่รับรองว่าใช้งานไม่ยากครับ ลองเล่นแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงก็จำได้แล้ว เพราะตำแหน่งของแต่ละปุ่มเว้นระยะช่องไฟได้พอดี ปุ่มกดค่อนข้างใหญ่ ทำให้เรากดควบคุมการใช้งานแต่ละฟังก์ชั่นได้ง่าย

ตำแหน่ง ของการเสียบสายชาร์จจะอยู่ที่หูฟังด้านขวา ( R ) ซึ่งเป็นฝาเปิดที่สกรีนชื่อย่อของ Plantronics ว่า “ PLT ” สามารถใช้ปลายเล็บจิกเบาๆตรงช่องที่เค้าเว้นไว้เพื่อเปิดออก ก็จะพบกับช่องสำหรับเสียบสายชาร์จแบบ Micro USB และไฟ LED ที่บอกสถานะการใช้งานต่างๆรวมไปถึงสถานะของการชาร์จหูฟังด้วย ( เข้าใจว่า “ PLT ” อาจจะเป็นเครื่องหมายการค้าอีกแบบหนึ่งในอนาคตก็เป็นได้ หรืออาจเป็นการบ่งบอกว่าถ้าคุณเห็นคำว่า “ PLT ” จากสื่อต่างๆหรือที่ไหนก็ตาม ให้นึกถึงผลิตภัณฑ์จากเรา Plantronics ได้เลยนะ สังเกตจากหูฟังที่เปิดตัวในปีนี้ทั้ง Voyager 5200 และ BackBeat GO 3 แต่ก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ คงต้องรอดูกันต่อไปกับผลิตภัณฑ์ต่างๆที่จะออกตามมาในเร็วๆนี้ )
Application

Plantronics ได้ทำแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ “ BackBeat GO 3 Companion ” มารองรับการใช้งานร่วมกับ BackBeat GO 3 โดยเฉพาะ เราสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงค่าต่างๆได้จากแอพตัวนี้ รวมไปถึงการอัพเดทเฟิร์มแวร์ตัวใหม่ที่ Plantronics ได้ทำออกมาจากแอพนี้อีกด้วย อีกหนึ่งความสามารถที่ผมว่าสะดวกสำหรับคนที่ใช้ Smart Devices หลายๆเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์จากค่าย Apple ที่มีระบบปฏิบัติการอย่าง iOS ที่แข็งแกร่ง หรือมือถือจากแบรนด์ต่างๆที่ใช้ Android เป็นแกนหลักของแบรนด์ นั่นคือการสวิตช์หูฟังไปมาระหว่างอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อกับ BackBeat GO 3 แต่ละเครื่อง

โดยจะมีฟังก์ชั่น Connection Switcher ที่จะโชว์ชื่อของอุปกรณ์แต่ละเครื่องที่เคยเชื่อมต่อกับหูฟังตัวที่ เราใช้อยู่ สูงสุดไม่เกิน 8 เครื่อง วิธีการใช้งานก็ไม่ยาก โดยเมื่อเราเชื่อมต่อ BackBeat GO 3 กับอุปกรณ์ที่ 1 แล้วต้องการนำหูฟังไปใช้งานกับอุปกรณ์ที่ 2 หูฟังจะตัดการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ที่ 1 ทันทีเมื่อเราเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ 2 สำเร็จ ซึ่งจากการใช้งานแบบเดิมๆนั้น ปกติถ้าเราต้องการกลับไปใช้งานกับอุปกรณ์ที่ 1 เราต้องกลับไปเมนูบลูทูธของอุปกรณ์ที่ 1 แล้วเลือกชื่อ BackBeat GO 3 เพื่อให้หูฟังกลับมาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ 1 อีกครั้ง ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร แต่หากเราลงแอพ “ BackBeat GO 3 Companion ” ไว้กับอุปกรณ์ทั้งสองเครื่อง หรือ จะกี่เครื่องก็แล้วแต่ที่เราอยากนำ BackBeat GO 3 ไปใช้งานร่วมด้วย เราสามารถย้ายหูฟังไปใช้กับอุปกรณ์อื่นได้จากอุปกรณ์ที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน โดยการเข้าไปยังเมนู Connection Switcher แล้วก็กดเลือกอุปกรณ์ที่ต้องการย้ายหูฟังไปใช้งานด้วย เพียงเท่านี้หูฟังก็จะถูกย้ายไปยังอุปกรณ์ใหม่ตามที่เราเลือก แต่อย่าลืมนะครับว่า BackBeat GO 3 สามารถจดจำอุปกรณ์ได้ 8 เครื่อง สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใหม่ที่มากกว่า 8 เครื่อง ตัวหูฟัง BackBeat GO 3 มันจะลบชื่อแรกออกไปจากหน่วยความจำของมันทันที แล้วจะโชว์ชื่ออุปกรณ์ใหม่รวมกับอุปกรณ์เดิมอีก 7 รวมเป็น 8 เครื่อง อุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อไว้ครั้งแรกสุดจะถูกลบไปอัตโนมัติครับ

| Download for Android | Download for iOS |
Conclusion
จบกันไปแล้วกับการรีวิว BackBeat GO 3 หูฟังบลูทูธสเตอริโอ ที่ผ่านการดีไซน์ใหม่หมดทั้งซอร์ฟแวร์และฮาร์ดแวร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสวมใส่ที่ให้ความกระชับมากกว่าเดิม แอพพลิเคชั่นที่ทำออกมาเฉพาะ BackBeat GO 3 เท่านั้น เพื่อเปิดปิดฟังก์ชั่น เปลี่ยนภาษา อัปเกรดหูฟัง หรือทำให้การเปลี่ยนหูฟังไปใช้กับอุปกรณ์อีกเครื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายดาย ระบบเสียงการฟังและการสนทนาที่ดีกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการฟัง ที่ Plantronics ได้จูนอัพเสียงมาเป็นอย่างดี ใครที่มีดนตรีอยู่ในจิตวิญญาณและไม่ชอบสายระโยงระยางจากการดึงหูฟังแบบเดิมๆ มาเสียบกับมือถือหรือเครื่องเล่นเพลงพกพาให้รำคาญใจ BackBeat GO 3 คือหูฟังไร้สายที่เหมาะกับคุณทุกประการ ดังวลีเล็กๆที่ปรากฏในหน้าเว็บเพจของ BackBeat GO 3 ว่า “ Love the sound. Lose the wires ”
Accessories

อีกเช่นเคยกับอุปกรณ์เสริมหูฟัง สำหรับใครที่เป็นนักฟังเพลงตัวยง แล้วกังวลว่า 6.5 ชั่วโมงสำหรับการฟังเพลงผ่าน BckBeat GO 3 ยังน้อยไปสำหรับคุณ เพราะใช้ทั้งคุยทั้งฟังทั้งวัน ผมขอเสนออุปกรณ์เสริมสำคัญที่เหมาะกับคุณเลยล่ะครับ เป็นทั้งอุปกรณ์สำหรับพกพาหูฟังและชาร์จไฟไปในตัว

Portable Charging Case ที่สำรองแบตเตอรี่สำหรับชาร์จหูฟัง BackBeat GO 3 ของคุณได้อีกสองรอบ หรือเพิ่มระยะเวลาการใช้งานหูฟังได้อีก 13 ชั่วโมงต่อการชาร์จผ่าน “ Portable Charging Case ” สองรอบ และยังเป็นที่เก็บหูฟังอย่างดี ข้างในบุด้วยผ้านุ่มๆ ที่จะไม่ทำให้หูฟังของคุณเป็นรอยเลยแม้แต่น้อย พกพาง่าย ช่องเก็บหูฟังที่ทำออกมาให้ใส่เข้าออกได้ง่าย สาย Micro USB ที่อยู่ภายในเคสพกพานี้สามารถเสียบชาร์จได้ทันที

มีหน้าจอแบบทัชสกรีน ที่บอกปริมาณแบตเตอรี่ของหูฟังและตัวเคสพกพาแยกจากกัน ชัดเจน สามารถซื้อได้พร้อมกับหูฟัง BackBeat GO 3 ในรุ่นที่มาพร้อมกันทั้งหูฟังและชาร์จเคส หรือใครที่คิดว่าฟังเพลงแค่ระหว่างเดินทางและคุยอีกนิดหน่อย 6.5 ชั่วโมงเหลือๆ ก็เลือก BackBeat GO 3 สำหรับรุ่นที่ไม่มี “ Portable Charging Case ” ก็พอครับ ประหยัดไปได้อีก


พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อราคาเต็มสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ Full Price Privilege ขยายระยะเวลาประกันเพิ่มเป็น 2 ปี สามารถลงทะเบียนได้ที่ http://www.systems2000.co.th/warranty/