|
X

Like us on facebook

รีวิวสินค้า  ย้อนกลับ

BackBeat GO 3


      ก้าวเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 3  สำหรับหูฟังบลูทูธสเตอริโอ BackBeat GO 3 ได้มีการเปิดตัวไปพร้อมกับ Voyager 5200 ที่ประเทศสิงคโปร์ กับดีไซน์ใหม่หมดจดทั้งตัวหูฟังและอุปกรณ์เสริม แต่ยังคงความเป็นหูฟังไร้สายสเตอริโอที่รวมไว้ซึ่งความสามารถต่างๆ ทั้งการฟังเพลงที่ดีเยี่ยมและระบบการสนทนาที่ทำได้ดีกว่ารุ่นเดิมอย่าง BackBeat GO 2 รวมไปถึงเรื่องของการสวมใส่ที่ทำให้ผู้ใช้งานใส่สบายและกระชับมากขึ้นกว่าเดิม

 

     ขอเริ่มที่การแนะนำอุปกรณ์ภายในกล่องที่ Plantronics ใส่เข้ามาให้กันก่อนนะครับ  ว่ามีอะไรกันบ้าง

 

1. หูฟังบลูทูธ  รุ่น BackBeat GO 3 ที่ใส่ Eartip ไซส์ M มาให้เลย

 


2. Micro USB Charge Cable  หรือสายเคเบิ้ลสำหรับชาร์จหูฟัง BackBeat GO 3 ใช้สำหรับชาร์จหูฟังอย่างเดียวนะครับ ไม่ได้ใช้ร่วมกับการอัพเดทเฟิร์มแวร์เหมือนกับ BackBeat FIT เพราะ BackBeat GO 3 สามารถอัพเดทเฟิร์มแวร์ผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ BackBeat GO 3 Companion ได้เลยครับ

 


3. Eartips  หรือ หูเจลแบบ in Ear  มีทั้งหมด 3 ไซส์ S, M และก็ L เพิ่มความสปอร์ตด้วยแกนยึดหูเจลสีแดงด้านใน แต่จะมีแค่เฉพาะไซส์ M เท่านั้นนะ ไซส์ S และ L จะมีแกนสีเดียวกับหูเจลครับ

 

  • Bluetooth V3.0 พร้อมด้วยระบบเสียงการสนทนาแบบ Wideband Audio ให้เสียงสนทนาที่คมชัด
  • ฟังเพลงได้ต่อเนื่อง 6.5 ชั่วโมง และรอรับสายได้นานถึง 14 วัน
  • ลำโพงหูฟังขนาด 6 มม. แบบ Dynamic Driversให้เสียงที่สดใส รายละเอียดเสียงครบถ้วน ลดเสียงรบกวนจากภายนอก
  • ไมโครโฟนขนาดเล็กพิเศษ ( MEMS ) ทำงานร่วมกับระบบตัดเสียงรบกวนอย่าง DSPและ Echo Noise Reduction
  • รองรับ A2DP เพื่อการฟังเพลงหรือ streaming ไฟล์เสียงผ่านหูฟัง และควบคุมการเล่นเพลงบนหูฟังแบบ  AVRCP อย่างเต็มรูปแบบ ทั้ง Play / Pause, Next Track / Previous Track
  • เทคโนโลยีจาก P2i ที่ใช้การทำ Nano-Coating เคลือบหูฟัง เพื่อช่วยปกป้องหูฟังของคุณจากความชื้นและละอองน้ำได้
  • Status Alerts เลือกเสียงแจ้งเตือนสถานะการทำงานของหูฟังได้ 8 ภาษา
  • สามารถ Update Firmware ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้ทันที เพิ่มความสามารถในการใช้งานหูฟังให้ดียิ่งขึ้น
  • DeepSleep Mode ที่ช่วยเก็บประจุแบตเตอรี่ได้ยาวนานกว่า เมื่อหูฟังกับอุปกรณ์ขาดการเชื่อมต่อจากกันนานเกิน 10 นาที
  • น้ำหนักของหูฟังเบาเพียง 19 กรัม สามารถสวมใส่ได้สบายตลอดวัน

 

     หูฟังบลูทูธสเตอริโอ BackBeat GO Series และ FIT Series  ต่างก็ทำออกมาเพื่อนักฟังเพลงที่ต้องการความเป็นอิสระจากสายเชื่อมต่อ ต่างๆ ซึ่ง Plantronics ได้แยกหมวดการใช้งานของ Bluetooth Headset ทั้งสองรุ่นนี้อย่างชัดเจน เช่น BackBeat GO สำหรับพกพาเพื่อการฟังเพลงในสถานที่ต่างๆ ทั้ง Indoor และ Outdoor และยังรับสายสนทนาจากมือถือได้อีกด้วย ส่วน BackBeat FIT จะเน้นไปทางด้านผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายและต้องการฟังเพลง เพื่อเพิ่มอรรถรสในการออกกำลังกายเป็นหลัก แต่ก็ยังสามารถรับสายสนทนาในขณะออกกำลังกายได้เช่นเดียวกัน

    BackBeat GO 3 ถูกพัฒนาใหม่เพื่อนักฟังเพลงไร้สาย  เริ่มกันที่วัสดุที่นำมาใช้ทำสายหูฟัง เป็น Rubber อย่างดี แข็งแรงทนทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Plantronics ได้ใช้เทคโนโลยีจาก P2i เพื่อเพิ่มความทนทานในเรื่องของอันตรายที่จะเกิดกับหูฟังเมื่อโดนความชื้น เนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยน จากเหงื่อของผู้ใช้งานในบางครั้ง หรือจากปรอยฝนในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

     ดีไซน์ของหูฟังแบบ 3D-Mapped  ด้วยการออกแบบให้ลักษณะของ Housing และ Earbuds เปลี่ยนไปจากรุ่นเดิม เพื่อการสวมใส่ที่สบายขึ้นและกระชับยึดเกาะกับช่องหูของผู้ใส่มากยิ่งขึ้น  ไดร์เวอร์ลำโพงขนาด 6 mm. แบบไดนามิก ให้ทั้งเสียงกลางและแหลมอยู่ในตัวเดียว Plantronics ได้ปรับจูนเสียงมาใหม่เพื่อเสียงเพลงที่คมชัดสดใส ให้รายละเอียดของเสียงร้องและเครื่องดนตรีได้ดี  มีค่าความเพี้ยนของของเสียงที่น้อยกว่า 3%  ในส่วนขององศาของท่อนำเสียงที่เอียงรับเข้ากับช่องหูทั้งซ้ายและขวา ด้วยความที่เป็นหูฟังไร้สายแบบ In Ear จึงสามารถลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ถึง 20 DB. ทดสอบโดยการเลือกใส่ขนาดของหูเจลให้พอดีกับช่องหูของเรา พบว่าใส่สบายและกระชับช่องหูมากกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด ทำให้สามารถบล็อคเสียงรบกวนที่อยู่รอบตัวเราได้เป็นอย่างดี เสียงเพลงที่ได้ยินดีขึ้นมากมาย  เสียงร้องสดใสลงตัว เสียงเบสที่กระชับเป็นลูกแต่ไม่ใหญ่และบวม เอาเป็นว่าให้เบสได้ระดับที่พอใจ แต่สำหรับผู้ที่บริโภคเบสเป็นชีวิตจิตใจ อาจต้องใช้แอพฟังเพลงที่ปรับมวลเบสเพิ่มช่วยก็ไม่เสียหายครับเสียงที่ได้ จากการฟังเพลงผ่านแอพเล่นเพลงต่างๆบนมือถือ สำหรับผมถือว่าผ่านแบบไม่มีข้อกังขา

 


      BackBeat GO ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับไมค์ขนาดเล็กพิเศษ  ที่ฝังอยู่ในแผงควบคุม Inline Controls ที่อยู่บนสาย และกับ BackBeat GO 3 ก็เช่นกัน  ด้วยไมค์ที่สามารถตัดเสียงรบกวนแบบ DSP ทั้งสองฝั่ง นั่นหมายถึงการตัดเสียงรบกวนทั้งฝั่งผู้ใช้และคู่สนทนาปลายสาย ( Full Duplex ) คล้ายๆกับเทคโนโลยี AudioIQ ที่มีอยู่ในหูฟังบลูทูธรุ่นท็อปของ Plantronics เมื่อลองทดสอบการใช้งานจริงในแต่ละสถานที่ๆผมไป ไมค์ขนาดเล็กตัวนี้ก็ตัดเสียงรบกวนได้ดีในระดับที่เสียงรบกวนจากรอบข้างเรา ไม่ดังจนเกินไป อย่างเช่นการเดินคุยตามห้างสรรพสินค้า หรืองานแฟร์ที่คนไม่ได้เยอะถึงขั้นต้องตะโกนคุยกัน ถือว่าสอบผ่านในระดับนึงในเรื่องของการเป็น Bluetooth Stereo Headset ที่สามารถใช้เพื่อการสนทนาได้ด้วย

ปุ่มควบคุมการทำงาน ( Inline Controls ) ของ BackBeat GO 3 จะมีทั้งหมดด้วยกัน 3 ปุ่ม แต่ละปุ่มจะมีหน้าที่การใช้งานมากกว่า 1 อย่าง ดังนี้


    จากตารางด้านบน  จะเห็นได้ว่า แต่ละปุ่มจะมีหน้าที่หลายๆอย่าง ( Multifunction ) ตามแต่ละสถานการณ์ที่เรากำลังใช้งานอยู่ เห็นการทำงานของปุ่มเยอะขนาดนี้ แต่รับรองว่าใช้งานไม่ยากครับ ลองเล่นแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงก็จำได้แล้ว เพราะตำแหน่งของแต่ละปุ่มเว้นระยะช่องไฟได้พอดี ปุ่มกดค่อนข้างใหญ่ ทำให้เรากดควบคุมการใช้งานแต่ละฟังก์ชั่นได้ง่าย

 


      ตำแหน่ง  ของการเสียบสายชาร์จจะอยู่ที่หูฟังด้านขวา ( R ) ซึ่งเป็นฝาเปิดที่สกรีนชื่อย่อของ Plantronics ว่า  “ PLT ” สามารถใช้ปลายเล็บจิกเบาๆตรงช่องที่เค้าเว้นไว้เพื่อเปิดออก ก็จะพบกับช่องสำหรับเสียบสายชาร์จแบบ Micro USB และไฟ LED ที่บอกสถานะการใช้งานต่างๆรวมไปถึงสถานะของการชาร์จหูฟังด้วย ( เข้าใจว่า “ PLT ” อาจจะเป็นเครื่องหมายการค้าอีกแบบหนึ่งในอนาคตก็เป็นได้ หรืออาจเป็นการบ่งบอกว่าถ้าคุณเห็นคำว่า “ PLT ” จากสื่อต่างๆหรือที่ไหนก็ตาม ให้นึกถึงผลิตภัณฑ์จากเรา Plantronics ได้เลยนะ สังเกตจากหูฟังที่เปิดตัวในปีนี้ทั้ง Voyager 5200 และ BackBeat GO 3 แต่ก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ คงต้องรอดูกันต่อไปกับผลิตภัณฑ์ต่างๆที่จะออกตามมาในเร็วๆนี้ )

 

 

 

  

      Plantronics ได้ทำแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ “ BackBeat GO 3 Companion ” มารองรับการใช้งานร่วมกับ BackBeat GO 3 โดยเฉพาะ เราสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงค่าต่างๆได้จากแอพตัวนี้ รวมไปถึงการอัพเดทเฟิร์มแวร์ตัวใหม่ที่ Plantronics ได้ทำออกมาจากแอพนี้อีกด้วย อีกหนึ่งความสามารถที่ผมว่าสะดวกสำหรับคนที่ใช้ Smart Devices หลายๆเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์จากค่าย Apple ที่มีระบบปฏิบัติการอย่าง iOS ที่แข็งแกร่ง หรือมือถือจากแบรนด์ต่างๆที่ใช้ Android เป็นแกนหลักของแบรนด์ นั่นคือการสวิตช์หูฟังไปมาระหว่างอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อกับ BackBeat GO 3 แต่ละเครื่อง



โดยจะมีฟังก์ชั่น Connection Switcher ที่จะโชว์ชื่อของอุปกรณ์แต่ละเครื่องที่เคยเชื่อมต่อกับหูฟังตัวที่ เราใช้อยู่ สูงสุดไม่เกิน 8 เครื่อง วิธีการใช้งานก็ไม่ยาก โดยเมื่อเราเชื่อมต่อ BackBeat GO 3 กับอุปกรณ์ที่ 1 แล้วต้องการนำหูฟังไปใช้งานกับอุปกรณ์ที่ 2 หูฟังจะตัดการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ที่ 1 ทันทีเมื่อเราเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ 2 สำเร็จ ซึ่งจากการใช้งานแบบเดิมๆนั้น ปกติถ้าเราต้องการกลับไปใช้งานกับอุปกรณ์ที่ 1 เราต้องกลับไปเมนูบลูทูธของอุปกรณ์ที่ 1 แล้วเลือกชื่อ BackBeat GO 3 เพื่อให้หูฟังกลับมาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ 1 อีกครั้ง ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร  แต่หากเราลงแอพ “ BackBeat GO 3 Companion ” ไว้กับอุปกรณ์ทั้งสองเครื่อง หรือ จะกี่เครื่องก็แล้วแต่ที่เราอยากนำ BackBeat GO 3 ไปใช้งานร่วมด้วย เราสามารถย้ายหูฟังไปใช้กับอุปกรณ์อื่นได้จากอุปกรณ์ที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน โดยการเข้าไปยังเมนู Connection Switcher แล้วก็กดเลือกอุปกรณ์ที่ต้องการย้ายหูฟังไปใช้งานด้วย เพียงเท่านี้หูฟังก็จะถูกย้ายไปยังอุปกรณ์ใหม่ตามที่เราเลือก แต่อย่าลืมนะครับว่า BackBeat GO 3 สามารถจดจำอุปกรณ์ได้ 8 เครื่อง สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใหม่ที่มากกว่า 8 เครื่อง ตัวหูฟัง BackBeat GO 3 มันจะลบชื่อแรกออกไปจากหน่วยความจำของมันทันที แล้วจะโชว์ชื่ออุปกรณ์ใหม่รวมกับอุปกรณ์เดิมอีก 7 รวมเป็น 8 เครื่อง อุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อไว้ครั้งแรกสุดจะถูกลบไปอัตโนมัติครับ




 


      จบกันไปแล้วกับการรีวิว BackBeat GO 3 หูฟังบลูทูธสเตอริโอ ที่ผ่านการดีไซน์ใหม่หมดทั้งซอร์ฟแวร์และฮาร์ดแวร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสวมใส่ที่ให้ความกระชับมากกว่าเดิม  แอพพลิเคชั่นที่ทำออกมาเฉพาะ BackBeat GO 3 เท่านั้น เพื่อเปิดปิดฟังก์ชั่น เปลี่ยนภาษา อัปเกรดหูฟัง หรือทำให้การเปลี่ยนหูฟังไปใช้กับอุปกรณ์อีกเครื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายดาย ระบบเสียงการฟังและการสนทนาที่ดีกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการฟัง ที่ Plantronics    ได้จูนอัพเสียงมาเป็นอย่างดี ใครที่มีดนตรีอยู่ในจิตวิญญาณและไม่ชอบสายระโยงระยางจากการดึงหูฟังแบบเดิมๆ มาเสียบกับมือถือหรือเครื่องเล่นเพลงพกพาให้รำคาญใจ BackBeat GO 3 คือหูฟังไร้สายที่เหมาะกับคุณทุกประการ    ดังวลีเล็กๆที่ปรากฏในหน้าเว็บเพจของ BackBeat GO 3 ว่า “ Love the sound. Lose the wires ”

 

     อีกเช่นเคยกับอุปกรณ์เสริมหูฟัง สำหรับใครที่เป็นนักฟังเพลงตัวยง แล้วกังวลว่า 6.5 ชั่วโมงสำหรับการฟังเพลงผ่าน BckBeat GO 3 ยังน้อยไปสำหรับคุณ เพราะใช้ทั้งคุยทั้งฟังทั้งวัน ผมขอเสนออุปกรณ์เสริมสำคัญที่เหมาะกับคุณเลยล่ะครับ เป็นทั้งอุปกรณ์สำหรับพกพาหูฟังและชาร์จไฟไปในตัว


     Portable Charging Case  ที่สำรองแบตเตอรี่สำหรับชาร์จหูฟัง BackBeat GO 3 ของคุณได้อีกสองรอบ หรือเพิ่มระยะเวลาการใช้งานหูฟังได้อีก 13 ชั่วโมงต่อการชาร์จผ่าน “ Portable Charging Case ” สองรอบ และยังเป็นที่เก็บหูฟังอย่างดี ข้างในบุด้วยผ้านุ่มๆ ที่จะไม่ทำให้หูฟังของคุณเป็นรอยเลยแม้แต่น้อย พกพาง่าย ช่องเก็บหูฟังที่ทำออกมาให้ใส่เข้าออกได้ง่าย สาย Micro USB ที่อยู่ภายในเคสพกพานี้สามารถเสียบชาร์จได้ทันที


      มีหน้าจอแบบทัชสกรีน  ที่บอกปริมาณแบตเตอรี่ของหูฟังและตัวเคสพกพาแยกจากกัน ชัดเจน สามารถซื้อได้พร้อมกับหูฟัง BackBeat GO 3 ในรุ่นที่มาพร้อมกันทั้งหูฟังและชาร์จเคส หรือใครที่คิดว่าฟังเพลงแค่ระหว่างเดินทางและคุยอีกนิดหน่อย 6.5 ชั่วโมงเหลือๆ ก็เลือก BackBeat GO 3 สำหรับรุ่นที่ไม่มี “ Portable Charging Case ” ก็พอครับ ประหยัดไปได้อีก



 กด Add Friends ด้านล่าง เพื่อรับสิทธิประโยชน์ และคุยกับเราได้ตลอด 24 ชม.

เพิ่มเพื่อน

 

 

สนใจสั่งซื้อ หรือข้อมูลอื่นๆของรุ่นนี้

 

วีดีโอ