|
X

Like us on facebook

รีวิวสินค้า  ย้อนกลับ

รีวิว Voyager Focus UC หูฟังบลูทูธเพื่อการสื่อสารสำหรับ นักธุรกิจที่มีสุนทรียภาพทางดนตรี

หลังจากงานเปิดตัว หูฟังบลูทูธไร้สาย 2 รุ่น ได้แก่ Voyager Focus UC และ Backbeat Sense ซึ่งเป็นหูฟัง 2 สไตล์ 2 รูปแบบการใช้งานที่ต่างกัน แต่มีความคล้ายกันอยู่หลายๆอย่าง สำหรับหูฟังบลูทูธสเตอริโอ Backbeat Sense นั้นผมเพิ่งรีวิวผ่านไปได้สักพัก หาอ่านได้จาก [Review] BackBeat Sense เลยครับ  วันนี้เลยจะมารีวิวหูฟังบลูทูธสเตอริโออีกเช่นกัน เรียกว่าฝาแฝดของ BackBeat Sense เลยก็ว่าได้ เป็นหูฟังสำหรับนักธุรกิจที่มีสุนทรียภาพทางดนตรีอยู่ในสายเลือด ไม่ยอมปล่อยให้ธุรกิจอันเคร่งเครียดมาเป็นสิ่งกีดขวางระหว่างเขาและเสียงเพลง ครับ..หูฟังที่ผมจะพูดถึงนี้ คือ Voyager Focus UC นั่นเอง

 

การออกแบบ (Design)

ที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นว่า Voyager Focus UC และ Backbeat Sense นั้นมีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกัน ไม่ว่ารูปร่างหน้าตา ลักษณะการสวมใส่ หรือแม้กระทั่งไดร์เวอร์ลำโพงทั้งสองข้างก็เป็นชนิดเดียวกัน ถ้านำมาวางใกล้กันแทบแยกไม่ออกว่าเป็นหูฟังบลูทูธคนละรุ่น หลายคนสงสัยว่าแล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะ 

Backbeat Sense ถูกวางให้เป็นหูฟังบลูทูธสเตอริโอที่เน้นพกพาไปใช้ในชีวิตประจำวันเป็นหลัก แต่กับ Voyager Focus UC ที่ถึงแม้จะหน้าตาคล้ายกัน แต่ได้เพิ่มความสามารถทางด้านการสนทนาอย่างมือโปรมาด้วย คือ มี Smart mic Boom ฝังด้วยไมโครโฟน 3 ตัว ที่เป็นลักษณะเดียวกับ Voyager Legend ยื่นยาวออกมาเพื่อเน้นทางด้านการสนทนาเป็นหลัก มาพร้อมกับ Bluetooth USB Adapter รุ่นใหม่ (BT600) ที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อ Voyager Focus UC เข้ากับ PC / Laptop เพื่อใช้งานทางด้านการสนทนาผ่านโปรแกรมโทรศัพท์ที่อยู่บน PC/Laptop หรือ  IP Softphone ซึ่งทางกายภาพแล้วทั้ง Voyager Focus UC และ Backbeat Sense (black) แทบไม่มีความต่างกัน แต่ที่พอจะสังเกตความต่างได้อีกจุดหนึ่ง คือ แผ่นหนังที่นำมาหุ้ม memory-foam ที่ลำโพงทั้งสองข้าง ถ้าเป็น BackBeat Sense จะมีหนังเป็นสีน้ำตาล ส่วน Voyager Focus UC จะเป็นหนังสีดำบุด้วยสีแดงภายในให้อารมณ์สปอร์ต งานประกอบที่เนี๊ยบสไตล์ Plantronics ที่คาดศีรษะทำจากโลหะให้ความรู้สึกแข็งแรงทนทาน อีกอย่างที่ลืมไม่ได้คือ แท่นวางชาร์จหูฟัง เสริมภาพลักษณ์ให้ Voyager Focus UC ดูไฮโซขึ้นไปอีกเมื่อวางลงบนแท่นชาร์จนี้

 

จุดเด่นและสเปค Voyager Focus UC

- เป็น Bluetooth V4.1, ระบบเสียงสนทนา wideband (voice) และระบบเสียงแบบ hi-fi stereo (audio), A2DP, DSP

- Active noise canceling technology (ANC) ที่ช่วยขจัดเสียงรบกวนรอบข้างไม่ให้ผ่านเข้าไปในขณะที่สนทนาหรือฟังเพลง

เชื่อมต่อกับ PC/Laptop หรือ Mobile phone ได้ 2 เครื่องพร้อมกันด้วยฟังก์ชั่น Multi point Technology (2H2S)

- สนทนาได้ต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง(เมื่อเปิด ANC จะเหลือ 10 ชั่วโมง) และสามารถฟังเพลงได้ถึง 15 ชั่วโมง(เมื่อเปิด ANC จะเหลือ 12 ชั่วโมง)

- เพิ่มประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนการสนทนาด้วยไมโครโฟน 3 ตัว Triple-mic

- Smart Sensor™ technology ที่จะทำให้เรา play/pause เพลงหรือวิดีโอบน youtube ได้อย่างอัตโนมัติเพียงแค่สวมหรือถอดหูฟัง รวมทั้งหูฟังจะทำการรับสายเมื่อหยิบมาสวมอีกครั้ง

- ฟังก์ชั่น OpenMic™ ช่วยให้ไม่ต้องถอดหูฟังในขณะฟังเพลง เพียงแค่กดปุ่มเดียวก็สามารถคุยกับคนรอบข้างได้สบายๆ

- สามารถ Upgrade firmware เพื่อเพิ่มความสามารถในการใช้งานหูฟังให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้ในอนาคต

- รองรับบลูทูธ Class 1 รัศมีทำการสูงสุดที่ 45 เมตร เพื่อการใช้งานที่อิสระมากขึ้น (Device ที่ใช้งานต้องมี Bluetooth Class 1 อยู่ด้วย)

- เพิ่มความสามารถให้กับหูฟังด้วย software ที่ชื่อ Plantronics HUB บน Windows และ Mac ที่ช่วยให้เปิด/ปิดฟังก์ชั่นต่างๆได้สะดวกสบาย

- SoundGuard Digital เทคโนโลยีเฉพาะของ Plantronics ที่ช่วยป้องกันหูของคุณจากเสียงที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการสนทนา ไม่ให้ดังเกิน 118 dBA. (European safety standard : EN60950-1)

- Status alerts ที่จะคอยแจ้งเตือนสถานะการใช้งานของหูฟังเป็นภาษาต่างๆได้ถึง 14 ภาษา

- รองรับการใช้งานกับ Softphones Avaya, Cisco, Skype อื่นๆ (Model : B825) และ Skype for Business, Microsoft Lync (Model : B825-M)

- น้ำหนักเบาเพียง 155 กรัม ทำให้ผู้ใช้งานไม่รู้สึกอึดอัด และสามารถสวมใส่สบายได้ตลอดวัน 

 

ด้านการใช้งาน (Performance)

การสนทนา

Voyager Focus UC ถูกจัดอยู่ในกลุ่มหูฟังแบบ Unified Communications ที่พกเอาความสามารถการให้ความบันเทิงทางด้านเสียงเพลงได้เป็นอย่างดีมาด้วย หัวข้อนี้จะขอพูดถึงการใช้งานทางด้านการสนทนาก่อนนะครับ เรื่องการฟังเพลงขอยกไปอีกหัวข้อด้านล่างเลยนะครับเพื่อความชัดเจนทั้งการใช้งานสนทนาและการฟังเพลง 

 

UC หรือ Unified Communications เป็นการรวมเอาการสื่อสารหลายๆช่องทางมาไว้ที่โปรแกรมๆเดียว หรืออุปกรณ์เดียว เพื่อให้สามารถใช้งานอุปกรณ์หรือโปรแกรมเหล่านั้นได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Voyager Focus UC จึงเป็นหูฟัง UC ที่ใช้ได้ทั้งการสนทนากับ mobile phone โดยเชื่อมต่อผ่านฟังก์ชั่นบลูทูธ และก็ยังนำไปใช้งานร่วมกับ PC / Laptop เพื่อสนทนากับโปรแกรม IP Softphone ต่างๆ ที่จะต้องเชื่อมต่อกับเจ้า Bluetooth USB Adapter (BT600) ที่มีมาให้ในชุด

การสนทนากับมือถือ แน่นอนว่าใช้สัญญาณบลูทูธในการเชื่อมต่อระหว่างกัน ซึ่ง Voyager Focus UC สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้ทุกระบบทั้ง iOS และ Android ใช้ได้ทั้งการคุยโทรศัพท์และเล่นไฟล์เพลงที่อยู่ในมือถือหรือจะดูคลิปวิดีโอจากยูทูปก็ดี โดยที่มือถือทั้งสองระบบนี้จะมีแอพพลิเคชั่นของ Plantronics ที่ทำออกมารองรับการใช้งานร่วมกับหูฟังของ Plantronics ซึ่งหาดาวน์โหลดได้จาก App Store และ Play Store

ส่วนการนำ Voyager Focus UC ไปใช้งานกับ UC Applications หรือ IP Softphone เพื่อใช้ในการสนทนากับ PC / Laptop ก็ยังใช้สัญญาณจากบลูทูธในการเชื่อมต่อเหมือนเดิม แต่คราวนี้จะเป็นจากการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ โดยใช้ Bluetooth USB Adapter (ขอเรียกสั้นๆว่า BUA ละกันนะครับ)  เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างหูฟังกับเครื่อง PC / Laptop หลายคนสงสัยว่าทำไมต้องผ่านเจ้า BUA ด้วยล่ะ ในเมื่อ PC / Laptop สมัยนี้ก็มีบลูทูธใส่มาให้ด้วยกันทั้งนั้น..  มันมีเหตุผลครับ เหตุทีต้องใช้ BUA เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างหูฟังกับเครื่อง PC / Laptop ก็เพราะว่า มันให้คุณภาพเสียงทั้งทางด้าน Voice และ Audio ที่ดีกว่า มีความเสถียรของสัญญาณมากขึ้น เพราะใน BUA มีชิพบลูทูธที่ Plantronics ใส่มาให้ ปรับจูนทางด้านซาวด์มาเป็นอย่างดี ซึ่งแน่นอนว่าต้องดีกว่าชิพบลูทูธออนบอร์ดที่อยู่บน PC/Laptop อีกอย่างคือระยะห่างการใช้งานระหว่างตัวเครื่อง PC / Laptop กับหูฟัง ก็จะมีความเสถียรมากขึ้น สัญญาณไม่หลุดง่าย ให้คุณภาพเสียงที่สม่ำเสมอ 

BUA (BT600) ตัวนี้ถูกปรับปรุงคุณภาพเสียงให้ดีกว่าตัว BUA (BT300)  ที่มากับ Voyager Legend UC และ Calisto 620 ที่ถึงแม้ว่า BUA (BT300) จากทั้งสองรุ่นนี้จะสามารถส่งสัญญาณเสียงเพลงหรือเสียงจากคลิปวิดีโอไปที่หูฟังทั้งสองรุ่นนั้นได้ แต่ก็ให้คุณภาพเสียงไม่ดีพอ โดยจะเน้นไปทางด้านการสนทนาเสียมากกว่า แต่กับ BUA (BT600) ตัวนี้ จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่ามากด้วยระบบเสียง hi-fi stereo เต็มรูปแบบ 

หูฟังบลูทูธ Voyager Focus UC สามารถใช้งานกับโปรแกรม IP Softphone ต่างๆที่อยู่บน PC / Laptop โดยใช้ซอฟต์แวร์ของ Plantronics ที่ชื่อ Plantronics HUB เป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่าง Voyager Focus UC กับ IP Softphone ซอฟต์แวร์ Plantronics HUB มีความสามารถในการควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆที่อยู่บนหูฟัง Voyager Focus UC เช่น ช่วยในเรื่องของการกดรับ/วางสายที่หูฟังเมื่อใช้สนทนากับโปรแกรม IP Softphone ค่ายต่างๆ, การเปิด/ปิดฟังก์ชั่นเสียงการแจ้งเตือนต่างๆลงชั่วคราว, บอกปริมาณแบตเตอรี่ของหูฟัง, ช่วยในเรื่องของการอัพเกรดเฟิร์มแวร์หูฟังให้ใหม่อยู่เสมอ, เปิด / ปิด ความสามารถอื่นๆที่เราคิดว่ายังไม่จำเป็นต้องใช้ เป็นต้น 

ถ้าถามว่าจำเป็นมั๊ยที่จะต้องลง Plantronics HUB ไว้ที่ PC / Laptop กับเครื่องที่เราจะนำไปใช้งานด้วย ขอแนะนำอย่างนี้นะครับว่า เราจะลงหรือไม่ลงซอฟต์แวร์ Plantronics HUB ที่เครื่องเราก็ได้ แต่การใช้งานหูฟังเพื่อใช้คุยกับ Softphones ต่างๆนั้น หากไม่มี Plantronics HUB ลงไว้ที่เครื่อง เราก็จะไม่สามารถกดรับ/วางสายจากหูฟังได้เลย จะต้องไปกดรับ/วางสายที่หน้าจอ Softphones อย่างเดียว ซึ่งผมคิดว่ามันเหมือนขาดความอิสระไปหนึ่งอย่าง ทั้งๆที่เราใช้หูฟังไร้สายแท้ๆ แต่กลับยังต้องไปควบคุมการทำงานผ่านหน้าจอเหมือนเดิม อีกอย่างคือ Plantronics HUB ที่ลงไว้ไม่ใช่แค่ทำให้รับ/วางสายกับ Softphones อย่างเดียวเท่านั้น แต่เรายังใช้มันเปิด/ปิดความสามารถต่างๆที่อยู่ในหูฟัง Voyager Focus UC ได้อีกหลายอย่าง รวมถึงการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งอันนี้สำคัญมาก เพราะหากคุณเน้นใช้งานกับการสนทนาบน Softphones แล้วล่ะก็ การมีเฟิร์มแวร์ตัวล่าสุดอยู่ในหูฟังที่คุณใช้งาน มันเหมือนเป็นการการันตีได้เลยว่า Softphones ที่คุณใช้ ไม่ว่าจะอัพเกรดไปเป็นเวอร์ชั่นไหน หูฟังของคุณก็ยังจะใช้งานได้ดีอยู่เสมอ เพราะ Plantronics ได้พัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆใส่ลงในเฟิร์มแวร์ตัวใหม่ของหูฟังตามไปด้วย

การฟังเพลง

สำหรับ Voyager Focus UC นี้จะแตกต่างไปจาก BackBeat Sent ตรงที่มี ANC (Active Noise Canceling) ที่ทำให้การรับฟังเสียง ไม่ว่าจะขณะสนทนา หรือจะฟังเพลง จะไม่มีอะไรมารบกวนคุณได้ เพราะเสียงรอบตัวที่รบกวนคุณอยู่จะถูกตัดทิ้งไป จนเหลือแต่เพียงเสียงสนทนาหรือเสียงเพลงที่ชัดเจน

สมกับชื่อ Focus เลย และด้วยความที่ถูกสร้างมาเพื่องานสื่อสาร จึงไม่มีรูเสียบ Audio 3.5mm มาให้อย่างใน BackBeat Sense

แนวเสียงของ Voyager Focus UC ก็คงจะเป็นเหมือนรีวิวหนังม้วนเดียวกันกับBackbeat Sense เพราะได้ใช้ไดร์เวอร์ลำโพงขนาดและชนิดเดียวกัน คือ Dynamic Drivers 32mm. แบบ Full Range ตอบสนองทุกย่านความถี่ตั้งแต่ 20Hz-20kHz แนวเสียงให้ไปทางกลางแหลมสด สมจริง แยกแยะชิ้นดนตรีแต่ละตัวได้ดี แต่ไม่ได้เน้นหนักไปทางซาวด์ดนตรีใดๆ คือ เน้นครบแต่ไม่เด่นทางใดทางหนึ่งแบบชัดเจน ให้อารมณ์สบายๆเมื่อสวมใส่ฟังเพลง แต่ที่ผมรู้สึกได้ คือ เวลาที่ต้องการความชัดเจนของเสียงเพลงร้องหรืออยากเก็บรายละเอียดของริฟฟ์กีต้าร์หรือการให้จังหวะของเบสกับกลอง ถ้าเปิดฟังก์ชั่น ANC ที่หูฟัง เราจะได้ความกระชับของเสียงเบสเพิ่มขึ้นมาอีกสเต็ปนึง แต่ไม่ถึงกับเหมือนเปิด Bass Boost นะครับ โดยรวมถือว่าประทับใจมากและให้ความรู้สึกไม่ต่างเหมือนฟังจาก Backbeat Sense เลยล่ะครับ

รับรองเมื่อได้ลองแล้วต้องติดใจแน่นอน กับหูฟังที่เกิดมาเพื่อนักธุรกิจที่ให้คุณภาพเสียงชัดเจน ไม่มีอะไรมารบกวนได้ทั้ง 2ทางแบบนี้

 

อุปกรณ์ที่มีให้ในกล่อง (Accessories)

1. Voyager Focus UC หูฟังบลูทูธสเตอริโอไร้สายพร้อมด้วยไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

2. Bluetooth USB Adapter ตัวเชื่อมต่อและส่งสัญญาณบลูทูธแบบ USB ที่เป็นสื่อกลางระหว่างหูฟัง Voyager Focus UC และ PC / Laptop ให้สามารถใช้งานร่วมกันได้

3. Desktop Charging Stand ที่ชาร์จหูฟังแบบตั้งโต๊ะโดยมีปลายสายเป็น USB สำหรับชาร์จผ่าน PC/Laptop และหากเครื่อง PC / Laptop ได้ลง Plantronics HUB ไว้ที่เครื่อง เวลาวางหูฟังชาร์จกับแท่นชาร์จ Plantronics HUB จะมองเห็นหูฟัง Voyager Focus UC โดยจะบอกถึงรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับหูฟัง และยังสามารถอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านแท่นชาร์จได้อีกด้วย

4. Carrying case หรือถุงผ้าแบบซิปสำหรับใส่หูฟัง Voyager Focus UC และยังมีช่องเก็บสายเคเบิ้ลและ Bluetooth USB Adapter แยกมาให้อีกหนึ่งช่องภายใน

5. Micro USB Charging cable สายเคเบิ้ลเส้นนี้ทำหน้าที่สำหรับชาร์จหูฟังผ่าน PC / Laptop และยังเป็นสายในการเชื่อมต่อเพื่อการอัพเกรดเฟิร์มแวร์อีกด้วย

 

Tips

ทีนี้มาดูเรื่องทิปการใช้งานและความฉลาดแบบล้ำๆของเจ้า Voyager Focus UC กันบ้างดีกว่า 

ฉลาดแรก ปกติแล้วหูฟังที่เป็น Headphone สำหรับฟังเพลงทั่วไปมักจะมีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าหูฟังข้างไหนเป็นด้านซ้าย(L) หรือด้านขวา(R) และจะมีที่ปรับระดับเสียง (volume) อยู่ที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หากคุณเผลอใส่หูฟังผิดฝั่งจากซ้ายเป็นขวา ขวาเป็นซ้าย การปรับ volume ก็ยังคงต้องปรับไปทิศทางเดิมทีเค้าได้กำหนดไว้ มันจึงทำให้การปรับ volume ในขณะที่คุณใส่หูฟังผิดข้างเป็นเรื่องที่ฝืนธรรมชาติ ฝืนความเคยชิน แต่กับ Voyager Focus UC คุณจะไม่เห็นสัญลักษณ์ L หรือ R บนหูฟังแน่นอน เพราะว่าเราสามารถใส่หูฟังกลับด้านซ้ายหรือขวายังไงก็ได้ โดยที่เรายังสามารถปรับระดับ volume ไปในทิศทางที่เราเคยชินได้เหมือนเดิม เพราะการปรับ volume จะอ้างอิงฝั่งและทิศทางของไมโครโฟนนั่นเอง ง่ายเลยคือถ้าเราใส่หูฟังโดยให้ไมโครโฟนอยู่ทางฝั่งด้านซ้ายของเรา แล้วพลิกก้านไมค์ให้ชี้ออกมาข้างหน้า การปรับ volume ที่อยู่ตรงลำโพงทางด้านขวามือก็ให้ใช้มือขวาหมุนไปข้างหน้าเพื่อเพิ่ม หรือหมุนมาข้างหลังเพื่อลดระดับเสียง หรือหากเป็นคนที่ชอบให้ไมค์อยู่ทางด้านขวา ก็พลิกก้านไมค์ให้ออกมาด้านหน้า คราวนี้ตำแหน่งของ volume ก็จะไปอยูทางด้านซ้ายแล้วใช่มั๊ยครับ แต่เราก็ยังสามารถปรับระดับ volume ได้ในทิศทางเดิมที่เคยชิน คือ เพิ่มให้หมุนไปข้างหน้า ลดให้หมุนมาข้างหลัง ไม่ต้องรู้สึกฝืนในการที่จะต้องปรับ volume อีกต่อไป

ฉลาดสอง อีกอย่างที่ต้องอาศัยความฉลาดของ Smart Sensor เข้ามาช่วยก็คือ ฟีเจอร์การ Mute อัตโนมัติเมื่อเราถอดหูฟังขณะกำลังสนทนาทางโทรศัพท์อยู่ ซึ่งปกติแล้วเวลาเรากำลังฟังเพลงหรือดูคลิปวิดีโอ ถ้าเราถอดหูฟังออกจากศีรษะ มันจะเป็นการ pause ในสิ่งที่เรากำลังเล่นอยู่ หรือสวมหูฟังกลับเหมือนเดิมก็จะเป็นการ play ไฟล์ที่เราได้เล่นค้างไว้ แต่ถ้ามาอยู่ในโหมดของการใช้งานหูฟังทางด้านการสนทนาทางโทรศัพท์ ในขณะที่เรากำลังใช้ Voyager Focus UC เพื่อคุยสายโทรศัพท์ไม่ว่าจาก mobile phone หรือ IP Softphone ถอดหูฟังออกจากศีรษะ จะเป็นการ Mute เสียงไมค์ฝั่งเราอัตโนมัติ และเมื่อสวมหูฟังกลับเหมือนเดิมจะเป็นเปิดเสียงไมค์ให้อัตโนมัติเช่นกัน ซึ่งหูฟังที่มีไมโครโฟนในตัวส่วนใหญ่เมื่อถอดหูฟังออก ไมค์ก็จะยังทำงานอยู่อย่างนั้น ยกเว้นผู้ใช้จะต้องไปกดปุ่ม Mute ที่มือถือหรือที่โปรแกรม Softphones ด้วยตัวเอง

ข้อสังเกต : ปุ่ม Mute สีแดง ที่อยู่บนก้านไมค์ของ Voyager Focus UC เมื่อกดปุ่มนี้ในขณะอยู่ในโหมดต่างๆ

                 Standby, ฟังเพลงหรือดูคลิปวิดีโอ = เป็นการใช้ฟีเจอร์ OpenMic

                 สนทนาทางมือถือหรือโปรแกรม Softphones = เป็นการ Mute หรือปิดไมโครโฟนชั่วคราว

 

บทสรุป (Conclusion)

ถ้าให้เทียบกันระหว่าง Voyager Focus UC กับ BackBeat Sense และหาความแตกต่างของหูฟังบลูทูธทั้งสองรุ่น บอกได้เลยว่า Voyager Focus UC มีไมโครโฟนที่นำเอาไมค์ของ Voyager Legend มาใส่ไว้ (ไมค์ 3 ตัวตัดเสียงรบกวนได้ดีเยี่ยม) และเพิ่มตัว Bluetooth USB Adapter (BT600) เข้ามาให้สามารถใช้งานร่วมกับ PC / Laptop เพื่อการสนทนาบน  Softphones ทำให้ง่ายต่อการเชื่อมต่อสัญญาณ เพิ่มความเสถียรในการใช้งานและให้คุณภาพเสียงที่ดี  อ้อ..อีกอย่าง Voyager Focus UC มีฟังก์ชั่น ANC แถมมาให้สำหรับการบล็อคเสียงรบกวนรอบๆตัวเรา สิ่งที่ Voyager Focus UC มี แต่ BackBeat Sense ไม่มี ล้วนเป็นฟีเจอร์หลักที่ทำให้ Voyager Focus UC สร้างความแตกต่างและความคุ้มค่าได้อย่างมากเลยทีเดียว ผมว่ามันคุ้มค่าสำหรับความแตกต่างที่ได้มากับประสิทธิภาพการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น

 


กด Add Friends ด้านล่าง เพื่อรับสิทธิประโยชน์ และคุยกับเราได้ตลอด 24 ชม.

เพิ่มเพื่อน

 

 

 

 

สนใจสั่งซื้อ หรือข้อมูลอื่นๆของรุ่นนี้